เมื่อเชื้อเอชไอวี เข้าทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรค และเชื้อไวรัสต่าง ๆ เมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาว ถูกทำลายจนอ่อนแอลงเรื่อย ๆ จนไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้ และทำให้การติดเชื้อเอชไอวี พัฒนากลายเป็นโรคเอดส์ (AIDS) เต็มขั้นในที่สุด ฉะนั้นการตรวจวัดจำนวน CD3/CD4/CD8 ในกระแสเลือด ซึ่งเป็น CD ที่มีความจำเพาะกับเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันชนิดที่ต้องมีการกระตุ้น ( Adaptive Immune Response ) คือ กลุ่มเม็ดเลือดขาว ชนิดที่สร้างแอนติบอดี ( B cells ) หรือ กลุ่มเม็ดเลือดขาวที่เป็นหน่วยความจำ ( T cells ) และมีความสำคัญต่อการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย

Table of Contents

Toggle
ความสำคัญของการเพิ่มค่า CD4 ในผู้ติดเชื้อเอชไอวี

CD4 คืออะไร?

CD4 (Cluster of Differentiation 4 บางครั้งถูกเรียกว่า T-cells หรือ T-helper cells) คือ เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง ที่มีหน้าที่ควบคุม และต่อสู้กับเชื้อโรค และมีบทบาทในการจัดระบบภูมิต้านทานของร่างกายต่อการติดเชื้อ แบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส ซึ่งค่าปกติของผู้ที่ไม่ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี จะมี CD4 อยู่ประมาณ 500 – 1,500 ต่อเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร

CD4 สำคัญอย่างไรกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี

การที่ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ไม่เข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง CD4 จะถูกทำลายลงไปจนเหลือไม่มากพอที่จะต่อสู้กับเชื้อไวรัสเอชไอวี และเชื้อฉวยโอกาสต่างๆ ได้  เพราะคนปกติที่มีสุขภาพดีนั้น จะมีค่า CD4 อยู่ที่ประมาณ 500 ขึ้นไป ส่วนในผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี อนุโลมให้ที่ประมาณ 350 ขึ้นไป  หากระดับ CD4 มากกว่า 350 ในผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี แสดงว่าภูมิต้านทานยังดีอยู่ แต่ถ้า CD4  ต่ำกว่า 200 ถือเป็นระดับน่าเป็นห่วง เพราะ CD4 ยิ่งต่ำ ยิ่งติดเชื้ออื่น ๆ ได้ง่าย ซึ่งจะทำให้การติดเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ระยะที่เป็นโรคเอดส์  และมีโอกาสที่จะเป็นโรคติดเชื้อฉวยโอกาส  เช่น วัณโรค โรคปอดอักเสบจากเชื้อ Pneumocystis (PCP) และโรคอื่นๆ ซึ่งจะมีความอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ 

CD4 ที่เท่าไหร่ ถึงจะเรียกว่าระดับน่าเป็นห่วง

ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งจากการตรวจวัด CD4 จะอยู่ที่ระดับน้อยกว่า 200  ซึ่งมีโอกาสติดเชื้อต่าง ๆ เรียกว่า โรคติดเชื้อฉวยโอกาสเนื่องจากภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งอาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ทั้งนี้หากผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีได้รับยาต้านไวรัส จะทำให้ค่า CD4  เพิ่มขึ้นตามลำดับ และจะเริ่มคงที่อยู่ที่ระดับ 500 – 600 ตามแต่สภาพทางร่างกายของแต่ละคน แต่ถึงอย่างไรแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี หรือผู้ที่มีร่างกายปกติ การรับประทานอาหารให้ครบ  5 หมู่ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการพักผ่อนที่เพียงพอก็จะช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดีได้

การรักษาระดับ CD4 ในผู้ติดเชื้อเอชไอวี

ระดับ CD4 จะช่วยกำหนดการเริ่มรับยาต้านไวรัสเอชไอวี และเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าการรักษาได้ผลหรือไม่ ซึ่งเมื่อระดับ CD4 ของคุณต่ำกว่า 350 แพทย์จะเริ่มแนะนำให้คุณรับยาต้านไวรัส ซึ่งในระดับนี้ยังขึ้นอยู่กับคุณว่าต้องการรับยาต้านหรือไม่ แต่ ถ้า CD4 อยู่ที่ 200-250 คุณควรจะต้องรับยาต้านไวรัส เนื่องจากระดับ CD4 บ่งชี้ว่าคุณมีความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต่อการเป็นโรคเอดส์ แต่ถ้าคุณรอจนกระทั้ง CD4 อยู่ในระดับต่ำกว่า 200 คุณมีแนวโน้มที่ตอบสนองต่อยาต้านไวรัสได้น้อย ในขณะที่คนที่มี CD4 มากว่า 350 จะไม่ได้รับประโยชน์ใดๆเลย ถ้าบุคคลนั้นรับยาต้านไวรัส  เมื่อคุณ เริ่มรับยาต้านแล้ว ระดับ CD4 จะเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ แต่ถ้าระดับ CD4 ยังคงลดลงในการตรวจหลายๆครั้ง คุณควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการผิดปกติในการรักษา

ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า CD4

ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า CD4

นอกจากการติดเชื้อเอชไอวี ที่ทำให้ค่า CD4 ลดลงได้แล้ว การติดเชื้ออื่นๆก็ส่งผลให้ CD4 ลดลงได้หมือนกัน เช่น ไข้หวัดใหญ่, ปอดอักเสบ, โรคเริม หรือการได้รับยาเคมีบำบัด เป็นต้น และการดูแลตนเองเพื่อให้ค่า CD4 เพิ่มขึ้นนั้น จะทำให้ร่างกายผู้ติดเชื้อเอชไอวี สามารถสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคต่างๆ หรือโรคติดเชื้อฉวยโอกาสต่าง ๆ ได้ด้วยการรับประทานยาต้านไวรัสให้ต่อเนื่องและตรงเวลา หลีกเลี่ยงการรับเชื้อเพิ่ม เช่น การไม่สวมถุงยางอนามัยระหว่างมีเพศสัมพันธ์ หรือการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน และควรดูแลสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ

การเพิ่มค่า CD4 ในผู้ติดเชื้อเอชไอวี

  • กินยาต้านไวรัสเอชไอวีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการดื้อยาจากการติดเชื้อซ้ำ
  • กินอาหารที่มีประโยชน์ ควรเลือกกินอาหารที่มีกากใยสูง เน้นผัก อาหารที่ย่อยง่าย และมีวิตตามินสูง มากกว่าแป้ง น้ำตาล และไขมัน
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ติดเชื้อโรคอื่นเพิ่ม เช่น การสูบบุหรี่ การใช้สารเสพติด
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากการออกกำลังกายจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง ส่งเสริมสุขภาพจิตและบุคลิกภาพที่ดีแล้ว
  • พักผ่อนให้เพียงพอ จัดสรรค์เวลานอนให้เพียพออย่างน้อยควรถึง7-8 ชม./วัน รวมถึงการตื่นและนอนอย่างเป็นเวลาสม่ำเสมอ

ตรวจหาเชื้อเอชไอวี ที่ภูเก็ตตรวจได้ที่ไหน?

ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ให้บริการที่ใกล้ชิด ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมทั้งทีมงานที่มีความชำนาญ พร้อมให้คำปรึกษาและ การรักษา โดยคุณสามารถเข้ารับบริการได้ทั้ง walk-in หรือนัดหมายล่วงหน้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้ารับบริการ

ช่องทางการติดต่อ

สาขาลากูน่า

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 22.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me

สาขาในเมือง

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8  ตำบลตลาดเหนือ  อำเภอเมืองภูเก็ต  จ.ภูเก็ต 83000 
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id.   @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ  096 228 2449
  • แผนที่คลินิก   https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9 
  • จองคิวตรวจออนไลน์    https://pmctown.youcanbook.me

สาขาหอนาฬิกา

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก  สาขาหอนาฬิกา   206/8 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
  • เปิดบริการวันจันทร์–ศุกร์ 11:00–19:00 น. ปิดวันเสาร์–อาทิตย์
  • สอบถามผ่าน Line id.  @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ   096 696 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
  • จองคิวตรวจออนไลน์  https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me