ในช่วงที่หลายพื้นที่มีรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้น หลายคนยังคงเข้าใจว่า โรคอีสุกอีใสเป็นโรคของเด็กเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว โรคนี้สามารถเกิดได้ในทุกช่วงวัย และในผู้ใหญ่กลับมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงมากกว่า บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักโรคนี้อย่างถูกต้อง ตั้งแต่สาเหตุ อาการ การแพร่เชื้อ การรักษา ไปจนถึงการป้องกัน พร้อมลบความเชื่อผิด ๆ ที่อาจทำให้คุณประมาท

Table of Contents

Toggle
หยุดความเข้าใจผิด! โรคอีสุกอีใส ไม่ได้เป็นแค่เด็ก

โรคอีสุกอีใส คืออะไร?

โรคอีสุกอีใส (Chickenpox) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่เกิดจาก Varicella-zoster virus (VZV) ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับโรคงูสวัด จุดเด่นของโรคนี้คือ แพร่เชื้อได้ง่ายมาก และมักพบการระบาดในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกัน เช่น โรงเรียน ที่ทำงาน หรือภายในครอบครัว

สาเหตุของโรคอีสุกอีใส 

โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส Varicella-zoster virus (VZV) ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเริ่มเพิ่มจำนวน และกระจายผ่านกระแสเลือด ทำให้เกิดอาการไข้ และผื่นตามผิวหนังในระยะต่อมา

สิ่งสำคัญคือ หลังจากหายป่วยแล้ว เชื้อไวรัสจะ ไม่หายไปจากร่างกาย แต่จะไปแฝงตัวอยู่ในระบบประสาท และอาจกลับมาแสดงอาการอีกครั้งในรูปแบบ งูสวัดในอนาคต

ลักษณะเด่นของโรคอีสุกอีใส

  • เป็นโรคที่พบได้ในทุกวัย ไม่ใช่เฉพาะเด็ก
  • มีผื่นและตุ่มน้ำใสกระจายทั่วร่างกาย
  • ผื่นมีหลายระยะพร้อมกัน (ตุ่มแดง → ตุ่มน้ำ → ตกสะเก็ด)
  • มีอาการคันมาก

การแพร่กระจายของเชื้อโรคอีสุกอีใส

โรคอีสุกอีใส เป็นหนึ่งในโรคที่ติดต่อได้ง่ายที่สุด โดยสามารถแพร่ผ่าน:

  • ละอองฝอยจากการไอหรือจาม
  • การสัมผัสโดยตรงกับตุ่มน้ำหรือแผล
  • การอยู่ใกล้ชิดในพื้นที่ปิด

ผู้ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ ก่อนมีผื่นขึ้น 1–2 วัน ไปจนถึงช่วงที่ตุ่มแห้งตกสะเก็ดทั้งหมด

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็น โรคอีสุกอีใส

แม้ว่า โรคอีสุกอีใส จะพบได้บ่อยในเด็ก แต่ความจริงคือ ทุกคนมีโอกาสติดเชื้อได้ โดยเฉพาะกลุ่มต่อไปนี้ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป:

  • ผู้ที่ไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน คนที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อนจะ ไม่มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ทำให้เมื่อได้รับเชื้อมีโอกาสป่วยได้ทันที และมักมีอาการชัดเจน
  • ผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน วัคซีนเป็นวิธีสำคัญในการป้องกันโรค หากไม่เคยฉีดวัคซีน จะมีโอกาสติดเชื้อสูง และอาจมีอาการรุนแรงกว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว
  • คนที่อยู่ในสถานที่แออัด เช่น โรงเรียน หอพัก ที่ทำงาน หรือพื้นที่ปิดที่มีคนจำนวนมาก เพราะเชื้อสามารถแพร่ผ่านละอองฝอยได้ง่าย ทำให้เกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนได้รวดเร็ว
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น
    • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
    • ผู้ที่รับยากดภูมิ
    • ผู้สูงอายุ
    • กลุ่มนี้ไม่เพียงเสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย แต่ยังมีโอกาสเกิด ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง มากกว่าคนทั่วไป
  • กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ
    • หญิงตั้งครรภ์ (อาจส่งผลต่อทารก)
    • ทารกแรกเกิด
    • ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน (มักมีอาการหนักกว่าเด็ก)

โรคอีสุกอีใสไม่ได้เป็นแค่เด็ก

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย คือ เป็นแล้วจบตั้งแต่เด็ก แต่ในความเป็นจริง

  • ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มีโอกาสติดเชื้อได้
  • อาการในผู้ใหญ่มักรุนแรงกว่าเด็ก
  • เสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ หรือการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ

นอกจากนี้ ผู้หญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยเรื้อรัง มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป

อาการของโรคอีสุกอีใส

อาการของโรคอีสุกอีใส

อาการของ โรคอีสุกอีใส มักเริ่มแสดงภายใน 10–21 วันหลังได้รับเชื้อ โดยในระยะแรกอาจเป็นอาการทั่วไปคล้ายไข้หวัด ก่อนจะมีผื่นลักษณะเฉพาะตามมา โดยมีลักษณะสำคัญ ได้แก่

  • อาการเริ่มต้น
    • มีไข้ (มักไม่สูงมากในเด็ก แต่ผู้ใหญ่อาจมีไข้สูง)
    • อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
    • ปวดศีรษะ
    • เจ็บคอ หรือเบื่ออาหาร
  • อาการเด่นที่สังเกตได้
    • มี ผื่นแดง เริ่มจากลำตัว ใบหน้า แล้วกระจายไปทั่วร่างกาย
    • ผื่นจะพัฒนาเป็น ตุ่มน้ำใส ภายในเวลาไม่นาน
    • ตุ่มจะแตก และแห้ง กลายเป็น สะเก็ด
    • จุดสำคัญคือ ผื่นมีหลายระยะพร้อมกันในเวลาเดียวกัน (ตุ่มแดง + ตุ่มน้ำ + สะเก็ด) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้
  • อาการคัน
    • ผู้ป่วยมักมีอาการคันมาก
    • หากเกาหรือดูแลไม่ดี อาจทำให้เกิด แผลติดเชื้อ และแผลเป็น ได้

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

แม้ โรคอีสุกอีใส ส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่ในบางราย โดยเฉพาะผู้ใหญ่ หรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น

  • ปอดอักเสบ – พบได้บ่อยในผู้ใหญ่ และอาจรุนแรง
  • สมองอักเสบ – พบไม่บ่อยแต่อันตราย
  • การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน – จากการเกาตุ่มจนเป็นแผล

โดยรวมแล้ว ผู้ใหญ่มีความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนมากกว่าเด็กหลายเท่า จึงไม่ควรมองว่าเป็นโรคเล็กน้อย

การตรวจวินิจฉัยโรคอีสุกอีใส

การวินิจฉัย โรคอีสุกอีใส ส่วนใหญ่สามารถทำได้จาก การซักประวัติ และตรวจร่างกาย โดยแพทย์จะพิจารณาจากลักษณะผื่นและอาการร่วม ซึ่งมักมีลักษณะจำเพาะค่อนข้างชัดเจน

  • วิธีการวินิจฉัยหลัก
    • การตรวจลักษณะผื่น ผื่นของโรคนี้มีลักษณะเฉพาะ คือมีหลายระยะพร้อมกัน เช่น ตุ่มแดง ตุ่มน้ำใส และสะเก็ดในเวลาเดียวกัน
    • การซักประวัติ เช่น ประวัติสัมผัสผู้ป่วย การระบาดในโรงเรียนหรือที่ทำงาน และประวัติการได้รับวัคซีน
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (ในกรณีจำเป็น) ใช้ในกรณีที่อาการไม่ชัดเจน หรือผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ใหญ่ หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ
    • การตรวจ PCR จากน้ำในตุ่ม เพื่อยืนยันเชื้อไวรัส
    • การตรวจ แอนติบอดีในเลือด เพื่อดูภูมิคุ้มกัน
    • การตรวจแยกโรคจากผื่นชนิดอื่น

การรักษาโรคอีสุกอีใส

โดยทั่วไป โรคอีสุกอีใส เป็นโรคที่สามารถ หายได้เอง ภายใน 1–2 สัปดาห์ การรักษาจึงเน้นที่การบรรเทาอาการ และป้องกันภาวะแทรกซ้อน

  • การดูแลตามอาการ (Symptomatic Treatment)
    • ยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล (หลีกเลี่ยงแอสไพรินในเด็ก)
    • ยาแก้คัน เช่น ยาทาภายนอกหรือยารับประทาน
    • การดูแลผิวหนัง
      • รักษาความสะอาดของร่างกาย
      • ตัดเล็บให้สั้น ลดการเกา
      • ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
  • การดูแลร่างกายโดยรวม
    • ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
    • พักผ่อนให้เพียงพอ
    • รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย
  • การใช้ยาต้านไวรัส ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาให้ ยาต้านไวรัส (เช่น acyclovir) โดยเฉพาะในกลุ่ม
    • ผู้ใหญ่
    • ผู้ที่มีอาการรุนแรง
    • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
    • หญิงตั้งครรภ์ (อยู่ภายใต้การดูแลแพทย์อย่างใกล้ชิด)
    • ยาจะได้ผลดีที่สุดหากเริ่มใช้ภายใน 24–48 ชั่วโมงหลังเริ่มมีผื่น
  • การดูแลภาวะแทรกซ้อน หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก ซึมลง หรือมีการติดเชื้อแทรกซ้อน อาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทันที
การป้องกันโรคอีสุกอีใส

การป้องกันโรคอีสุกอีใส

การป้องกัน อีสุกอีใส ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาด เพราะโรคนี้แพร่เชื้อได้ง่าย และรวดเร็ว หากรู้วิธีป้องกันอย่างถูกต้อง จะช่วยลดโอกาสติดเชื้อ และลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมาก

  • การฉีดวัควัคซีนอีสุกอีใส ((Varicella Vaccine) เป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด
    • ช่วยลดโอกาสติดเชื้อได้อย่างมาก
    • หากติดเชื้อ อาการจะเบาลง ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
    • แนะนำให้ฉีดในเด็ก และผู้ใหญ่ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
    • โดยทั่วไปจะฉีด 1–2 เข็ม ตามคำแนะนำของแพทย์
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย
    • อีสุกอีใส แพร่ผ่านการไอ จาม และการสัมผัสตุ่มน้ำ
    • หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ป่วย
    • ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า
    • ระวังในสถานที่แออัด เช่น โรงเรียน ที่ทำงาน
    • โดยเฉพาะช่วงที่ผู้ป่วยยังมีตุ่มน้ำ จะเป็นช่วงที่แพร่เชื้อได้ดีที่สุด
  • ล้างมือบ่อย ๆ
    • การล้างมือเป็นวิธีง่าย ๆ แต่ได้ผลดีมาก
    • ล้างมือด้วยสบู่ และน้ำอย่างน้อย 20 วินาที
    • หรือใช้แอลกอฮอล์เจลเมื่อไม่สะดวกใช้น้ำ
    • ควรล้างมือหลังสัมผัสสิ่งของสาธารณะ
  • การแยกผู้ป่วย (Isolation)
    • หากมีผู้ติดเชื้อในบ้านหรือที่ทำงาน ควรแยกออกจากผู้อื่น
    • ให้ผู้ป่วยพักอยู่ในห้องแยก
    • หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับคนอื่น โดยเฉพาะเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ
    • แยกของใช้ส่วนตัว
    • ควรแยกจนกว่าตุ่มทั้งหมดจะ แห้ง และตกสะเก็ด ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่แพร่เชื้อแล้ว
  • การดูแลสุขอนามัยโดยรวม
    • สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในที่แออัด
    • หลีกเลี่ยงการจับหน้า ตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น
    • ทำความสะอาดพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย เช่น โต๊ะ ลูกบิดประตู
  • ป้องกันการระบาดในครอบครัว
    • หากมีผู้ป่วย ควรแจ้งสมาชิกในบ้านให้ระวัง
    • ผู้ที่ยังไม่เคยเป็นหรือไม่เคยฉีดวัคซีน ควรหลีกเลี่ยงใกล้ชิด
    • สังเกตอาการของคนในบ้านอย่างใกล้ชิดในช่วง 1–2 สัปดาห์ 

ทำไมควรเลือกบริการ ที่ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก

หากคุณกำลังมองหาคลินิกที่ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ และตอบโจทย์ทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ Phuket Medical Clinic ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยจุดเด่นหลายด้านดังนี้:

  • ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง คลินิกมีทีมแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีประสบการณ์ พร้อมให้คำปรึกษา วินิจฉัย และดูแลรักษาอย่างมืออาชีพ
  • บริการรวดเร็ว สะดวก และเป็นส่วนตัว รองรับทั้ง Walk-in และนัดหมายล่วงหน้า ช่วยลดเวลารอคอย และให้บริการแบบเป็นความลับ เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะดวก และความเป็นส่วนตัว
  • ครบวงจรด้านการตรวจ และรักษา มีบริการหลากหลาย เช่น
    • ตรวจเลือด
    • วัคซีน
    • ตรวจสุขภาพประจำปี
    • ดูแลแผล และโรคทั่วไป
    • ช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพได้ในที่เดียวแบบครบจบ
  • มาตรฐานสะอาด ปลอดภัย คลินิกมีความสะอาด ได้มาตรฐาน และจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการรักษา ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกมั่นใจ และสบายใจ
  • ทำเลสะดวก เข้าถึงง่าย มีหลายสาขาในภูเก็ต ทั้งในเมือง และโซนท่องเที่ยว ทำให้เดินทางสะดวก พร้อมที่จอดรถ รองรับทั้งคนพื้นที่ และนักท่องเที่ยว
  • เปิดบริการทุกวัน เวลายืดหยุ่น เปิดให้บริการทุกวัน และมีช่วงเวลาเปิดที่ยาวนาน ทำให้สามารถเข้ารับบริการได้ง่าย แม้ในกรณีเร่งด่วน
  • เหมาะทั้งคนไทย และนักท่องเที่ยว มีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ พร้อมการสื่อสารที่เข้าใจง่าย และบริการที่เป็นมิตร 

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม

โรคอีสุกอีใส ไม่ได้เป็นเพียงโรคในวัยเด็กอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน ซึ่งมีแนวโน้มจะมีอาการรุนแรง และเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนมากกว่า

ดังนั้น การมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรค การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และการป้องกันอย่างเหมาะสม เช่น การฉีดวัคซีน และหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย จึงเป็นกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยง ป้องกันการแพร่เชื้อ และดูแลสุขภาพของตนเองรวมถึงคนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ช่องทางการติดต่อ

สาขาลากูน่า

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 22.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me

สาขาในเมือง

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8  ตำบลตลาดเหนือ  อำเภอเมืองภูเก็ต  จ.ภูเก็ต 83000 
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id.   @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ  096 228 2449
  • แผนที่คลินิก   https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9
  • จองคิวตรวจออนไลน์    https://pmctown.youcanbook.me

สาขาหอนาฬิกา

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก  สาขาหอนาฬิกา   206/8 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
  • เปิดบริการวันจันทร์–ศุกร์ 11:00–19:00 น. ปิดวันเสาร์–อาทิตย์
  • สอบถามผ่าน Line id.  @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ   096 696 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
  • จองคิวตรวจออนไลน์  https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me

เอกสารอ้างอิง

  • Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Chickenpox (Varicella). Comprehensive overview of symptoms, transmission, and prevention. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก CDC Chickenpox Overview
  • World Health Organization (WHO). Varicella and herpes zoster vaccines: WHO position paper. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก WHO Varicella Guidelines
  • NHS (National Health Service UK). Chickenpox Overview. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก NHS Chickenpox
  • MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine). Chickenpox. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก MedlinePlus Chickenpox
  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูลโรคโรคอีสุกอีใสและการป้องกันในประเทศไทย. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก DDC Thailand Chickenpox Info