ในช่วงที่หลายพื้นที่มีรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้น หลายคนยังคงเข้าใจว่า โรคอีสุกอีใสเป็นโรคของเด็กเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว โรคนี้สามารถเกิดได้ในทุกช่วงวัย และในผู้ใหญ่กลับมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงมากกว่า บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักโรคนี้อย่างถูกต้อง ตั้งแต่สาเหตุ อาการ การแพร่เชื้อ การรักษา ไปจนถึงการป้องกัน พร้อมลบความเชื่อผิด ๆ ที่อาจทำให้คุณประมาท
Table of Contents
- โรคอีสุกอีใส คืออะไร?
- ใครบ้างที่เสี่ยงเป็น โรคอีสุกอีใส
- โรคอีสุกอีใสไม่ได้เป็นแค่เด็ก
- อาการของโรคอีสุกอีใส
- ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง
- การตรวจวินิจฉัยโรคอีสุกอีใส
- การรักษาโรคอีสุกอีใส
- การป้องกันโรคอีสุกอีใส
- ทำไมควรเลือกบริการ ที่ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก
- อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
- ช่องทางการติดต่อ
- เอกสารอ้างอิง

โรคอีสุกอีใส คืออะไร?
โรคอีสุกอีใส (Chickenpox) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่เกิดจาก Varicella-zoster virus (VZV) ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับโรคงูสวัด จุดเด่นของโรคนี้คือ แพร่เชื้อได้ง่ายมาก และมักพบการระบาดในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกัน เช่น โรงเรียน ที่ทำงาน หรือภายในครอบครัว
สาเหตุของโรคอีสุกอีใส
โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส Varicella-zoster virus (VZV) ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเริ่มเพิ่มจำนวน และกระจายผ่านกระแสเลือด ทำให้เกิดอาการไข้ และผื่นตามผิวหนังในระยะต่อมา
สิ่งสำคัญคือ หลังจากหายป่วยแล้ว เชื้อไวรัสจะ ไม่หายไปจากร่างกาย แต่จะไปแฝงตัวอยู่ในระบบประสาท และอาจกลับมาแสดงอาการอีกครั้งในรูปแบบ งูสวัดในอนาคต
ลักษณะเด่นของโรคอีสุกอีใส
- เป็นโรคที่พบได้ในทุกวัย ไม่ใช่เฉพาะเด็ก
- มีผื่นและตุ่มน้ำใสกระจายทั่วร่างกาย
- ผื่นมีหลายระยะพร้อมกัน (ตุ่มแดง → ตุ่มน้ำ → ตกสะเก็ด)
- มีอาการคันมาก
การแพร่กระจายของเชื้อโรคอีสุกอีใส
โรคอีสุกอีใส เป็นหนึ่งในโรคที่ติดต่อได้ง่ายที่สุด โดยสามารถแพร่ผ่าน:
- ละอองฝอยจากการไอหรือจาม
- การสัมผัสโดยตรงกับตุ่มน้ำหรือแผล
- การอยู่ใกล้ชิดในพื้นที่ปิด
ผู้ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ ก่อนมีผื่นขึ้น 1–2 วัน ไปจนถึงช่วงที่ตุ่มแห้งตกสะเก็ดทั้งหมด
ใครบ้างที่เสี่ยงเป็น โรคอีสุกอีใส
แม้ว่า โรคอีสุกอีใส จะพบได้บ่อยในเด็ก แต่ความจริงคือ ทุกคนมีโอกาสติดเชื้อได้ โดยเฉพาะกลุ่มต่อไปนี้ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป:
- ผู้ที่ไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน คนที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อนจะ ไม่มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ทำให้เมื่อได้รับเชื้อมีโอกาสป่วยได้ทันที และมักมีอาการชัดเจน
- ผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน วัคซีนเป็นวิธีสำคัญในการป้องกันโรค หากไม่เคยฉีดวัคซีน จะมีโอกาสติดเชื้อสูง และอาจมีอาการรุนแรงกว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว
- คนที่อยู่ในสถานที่แออัด เช่น โรงเรียน หอพัก ที่ทำงาน หรือพื้นที่ปิดที่มีคนจำนวนมาก เพราะเชื้อสามารถแพร่ผ่านละอองฝอยได้ง่าย ทำให้เกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนได้รวดเร็ว
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
- ผู้ที่รับยากดภูมิ
- ผู้สูงอายุ
- กลุ่มนี้ไม่เพียงเสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย แต่ยังมีโอกาสเกิด ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง มากกว่าคนทั่วไป
- กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ
- หญิงตั้งครรภ์ (อาจส่งผลต่อทารก)
- ทารกแรกเกิด
- ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน (มักมีอาการหนักกว่าเด็ก)
โรคอีสุกอีใสไม่ได้เป็นแค่เด็ก
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย คือ เป็นแล้วจบตั้งแต่เด็ก แต่ในความเป็นจริง
- ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มีโอกาสติดเชื้อได้
- อาการในผู้ใหญ่มักรุนแรงกว่าเด็ก
- เสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ หรือการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ
นอกจากนี้ ผู้หญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยเรื้อรัง มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป

อาการของโรคอีสุกอีใส
อาการของ โรคอีสุกอีใส มักเริ่มแสดงภายใน 10–21 วันหลังได้รับเชื้อ โดยในระยะแรกอาจเป็นอาการทั่วไปคล้ายไข้หวัด ก่อนจะมีผื่นลักษณะเฉพาะตามมา โดยมีลักษณะสำคัญ ได้แก่
- อาการเริ่มต้น
- มีไข้ (มักไม่สูงมากในเด็ก แต่ผู้ใหญ่อาจมีไข้สูง)
- อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
- ปวดศีรษะ
- เจ็บคอ หรือเบื่ออาหาร
- อาการเด่นที่สังเกตได้
- มี ผื่นแดง เริ่มจากลำตัว ใบหน้า แล้วกระจายไปทั่วร่างกาย
- ผื่นจะพัฒนาเป็น ตุ่มน้ำใส ภายในเวลาไม่นาน
- ตุ่มจะแตก และแห้ง กลายเป็น สะเก็ด
- จุดสำคัญคือ ผื่นมีหลายระยะพร้อมกันในเวลาเดียวกัน (ตุ่มแดง + ตุ่มน้ำ + สะเก็ด) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้
- อาการคัน
- ผู้ป่วยมักมีอาการคันมาก
- หากเกาหรือดูแลไม่ดี อาจทำให้เกิด แผลติดเชื้อ และแผลเป็น ได้
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง
แม้ โรคอีสุกอีใส ส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่ในบางราย โดยเฉพาะผู้ใหญ่ หรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น
- ปอดอักเสบ – พบได้บ่อยในผู้ใหญ่ และอาจรุนแรง
- สมองอักเสบ – พบไม่บ่อยแต่อันตราย
- การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน – จากการเกาตุ่มจนเป็นแผล
โดยรวมแล้ว ผู้ใหญ่มีความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนมากกว่าเด็กหลายเท่า จึงไม่ควรมองว่าเป็นโรคเล็กน้อย
การตรวจวินิจฉัยโรคอีสุกอีใส
การวินิจฉัย โรคอีสุกอีใส ส่วนใหญ่สามารถทำได้จาก การซักประวัติ และตรวจร่างกาย โดยแพทย์จะพิจารณาจากลักษณะผื่นและอาการร่วม ซึ่งมักมีลักษณะจำเพาะค่อนข้างชัดเจน
- วิธีการวินิจฉัยหลัก
- การตรวจลักษณะผื่น ผื่นของโรคนี้มีลักษณะเฉพาะ คือมีหลายระยะพร้อมกัน เช่น ตุ่มแดง ตุ่มน้ำใส และสะเก็ดในเวลาเดียวกัน
- การซักประวัติ เช่น ประวัติสัมผัสผู้ป่วย การระบาดในโรงเรียนหรือที่ทำงาน และประวัติการได้รับวัคซีน
- การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (ในกรณีจำเป็น) ใช้ในกรณีที่อาการไม่ชัดเจน หรือผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ใหญ่ หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ
- การตรวจ PCR จากน้ำในตุ่ม เพื่อยืนยันเชื้อไวรัส
- การตรวจ แอนติบอดีในเลือด เพื่อดูภูมิคุ้มกัน
- การตรวจแยกโรคจากผื่นชนิดอื่น
การรักษาโรคอีสุกอีใส
โดยทั่วไป โรคอีสุกอีใส เป็นโรคที่สามารถ หายได้เอง ภายใน 1–2 สัปดาห์ การรักษาจึงเน้นที่การบรรเทาอาการ และป้องกันภาวะแทรกซ้อน
- การดูแลตามอาการ (Symptomatic Treatment)
- ยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล (หลีกเลี่ยงแอสไพรินในเด็ก)
- ยาแก้คัน เช่น ยาทาภายนอกหรือยารับประทาน
- การดูแลผิวหนัง
- รักษาความสะอาดของร่างกาย
- ตัดเล็บให้สั้น ลดการเกา
- ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
- การดูแลร่างกายโดยรวม
- ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย
- การใช้ยาต้านไวรัส ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาให้ ยาต้านไวรัส (เช่น acyclovir) โดยเฉพาะในกลุ่ม
- ผู้ใหญ่
- ผู้ที่มีอาการรุนแรง
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
- หญิงตั้งครรภ์ (อยู่ภายใต้การดูแลแพทย์อย่างใกล้ชิด)
- ยาจะได้ผลดีที่สุดหากเริ่มใช้ภายใน 24–48 ชั่วโมงหลังเริ่มมีผื่น
- การดูแลภาวะแทรกซ้อน หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก ซึมลง หรือมีการติดเชื้อแทรกซ้อน อาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทันที

การป้องกันโรคอีสุกอีใส
การป้องกัน อีสุกอีใส ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาด เพราะโรคนี้แพร่เชื้อได้ง่าย และรวดเร็ว หากรู้วิธีป้องกันอย่างถูกต้อง จะช่วยลดโอกาสติดเชื้อ และลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมาก
- การฉีดวัควัคซีนอีสุกอีใส ((Varicella Vaccine) เป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด
- ช่วยลดโอกาสติดเชื้อได้อย่างมาก
- หากติดเชื้อ อาการจะเบาลง ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
- แนะนำให้ฉีดในเด็ก และผู้ใหญ่ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
- โดยทั่วไปจะฉีด 1–2 เข็ม ตามคำแนะนำของแพทย์
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย
- อีสุกอีใส แพร่ผ่านการไอ จาม และการสัมผัสตุ่มน้ำ
- หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ป่วย
- ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า
- ระวังในสถานที่แออัด เช่น โรงเรียน ที่ทำงาน
- โดยเฉพาะช่วงที่ผู้ป่วยยังมีตุ่มน้ำ จะเป็นช่วงที่แพร่เชื้อได้ดีที่สุด
- ล้างมือบ่อย ๆ
- การล้างมือเป็นวิธีง่าย ๆ แต่ได้ผลดีมาก
- ล้างมือด้วยสบู่ และน้ำอย่างน้อย 20 วินาที
- หรือใช้แอลกอฮอล์เจลเมื่อไม่สะดวกใช้น้ำ
- ควรล้างมือหลังสัมผัสสิ่งของสาธารณะ
- การแยกผู้ป่วย (Isolation)
- หากมีผู้ติดเชื้อในบ้านหรือที่ทำงาน ควรแยกออกจากผู้อื่น
- ให้ผู้ป่วยพักอยู่ในห้องแยก
- หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับคนอื่น โดยเฉพาะเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ
- แยกของใช้ส่วนตัว
- ควรแยกจนกว่าตุ่มทั้งหมดจะ แห้ง และตกสะเก็ด ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่แพร่เชื้อแล้ว
- การดูแลสุขอนามัยโดยรวม
- สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในที่แออัด
- หลีกเลี่ยงการจับหน้า ตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น
- ทำความสะอาดพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย เช่น โต๊ะ ลูกบิดประตู
- ป้องกันการระบาดในครอบครัว
- หากมีผู้ป่วย ควรแจ้งสมาชิกในบ้านให้ระวัง
- ผู้ที่ยังไม่เคยเป็นหรือไม่เคยฉีดวัคซีน ควรหลีกเลี่ยงใกล้ชิด
- สังเกตอาการของคนในบ้านอย่างใกล้ชิดในช่วง 1–2 สัปดาห์
ทำไมควรเลือกบริการ ที่ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก
หากคุณกำลังมองหาคลินิกที่ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ และตอบโจทย์ทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ Phuket Medical Clinic ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยจุดเด่นหลายด้านดังนี้:
- ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง คลินิกมีทีมแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีประสบการณ์ พร้อมให้คำปรึกษา วินิจฉัย และดูแลรักษาอย่างมืออาชีพ
- บริการรวดเร็ว สะดวก และเป็นส่วนตัว รองรับทั้ง Walk-in และนัดหมายล่วงหน้า ช่วยลดเวลารอคอย และให้บริการแบบเป็นความลับ เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะดวก และความเป็นส่วนตัว
- ครบวงจรด้านการตรวจ และรักษา มีบริการหลากหลาย เช่น
- ตรวจเลือด
- วัคซีน
- ตรวจสุขภาพประจำปี
- ดูแลแผล และโรคทั่วไป
- ช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพได้ในที่เดียวแบบครบจบ
- มาตรฐานสะอาด ปลอดภัย คลินิกมีความสะอาด ได้มาตรฐาน และจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการรักษา ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกมั่นใจ และสบายใจ
- ทำเลสะดวก เข้าถึงง่าย มีหลายสาขาในภูเก็ต ทั้งในเมือง และโซนท่องเที่ยว ทำให้เดินทางสะดวก พร้อมที่จอดรถ รองรับทั้งคนพื้นที่ และนักท่องเที่ยว
- เปิดบริการทุกวัน เวลายืดหยุ่น เปิดให้บริการทุกวัน และมีช่วงเวลาเปิดที่ยาวนาน ทำให้สามารถเข้ารับบริการได้ง่าย แม้ในกรณีเร่งด่วน
- เหมาะทั้งคนไทย และนักท่องเที่ยว มีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ พร้อมการสื่อสารที่เข้าใจง่าย และบริการที่เป็นมิตร
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
โรคอีสุกอีใส ไม่ได้เป็นเพียงโรคในวัยเด็กอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน ซึ่งมีแนวโน้มจะมีอาการรุนแรง และเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนมากกว่า
ดังนั้น การมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรค การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และการป้องกันอย่างเหมาะสม เช่น การฉีดวัคซีน และหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย จึงเป็นกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยง ป้องกันการแพร่เชื้อ และดูแลสุขภาพของตนเองรวมถึงคนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ช่องทางการติดต่อ
สาขาลากูน่า
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 22.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me
สาขาในเมือง
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8 ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 228 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmctown.youcanbook.me
สาขาหอนาฬิกา
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาหอนาฬิกา 206/8 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการวันจันทร์–ศุกร์ 11:00–19:00 น. ปิดวันเสาร์–อาทิตย์
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 696 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me
เอกสารอ้างอิง
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Chickenpox (Varicella). Comprehensive overview of symptoms, transmission, and prevention. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก CDC Chickenpox Overview
- World Health Organization (WHO). Varicella and herpes zoster vaccines: WHO position paper. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก WHO Varicella Guidelines
- NHS (National Health Service UK). Chickenpox Overview. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก NHS Chickenpox
- MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine). Chickenpox. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก MedlinePlus Chickenpox
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูลโรคโรคอีสุกอีใสและการป้องกันในประเทศไทย. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก DDC Thailand Chickenpox Info

