หลายคนมองว่าลิง เป็นสัตว์ที่น่ารักและใกล้ชิดกับผู้คน โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เช่น อินเดีย บาหลี รวมถึงประเทศไทยในบางจังหวัดที่มีลิงอาศัยอยู่จำนวนมาก เช่น ลพบุรี และภูเก็ต แต่สิ่งที่หลายคนมักมองข้ามคือ ความเสี่ยงจากการถูกลิงกัด หรือ Monkey Bite ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่บาดแผลธรรมดา เพราะอาจนำไปสู่โรคติดเชื้อร้ายแรงที่คุกคามชีวิตได้
Table of Contents
- การถูกลิงกัด คืออะไร?
- ลิงเป็นพาหะนำโรคอะไรได้บ้าง?
- ทำไมบาดแผลจากลิงกัดถึงเสี่ยง?
- โรคสำคัญหลังถูกลิงกัด
- การปฐมพยาบาลทันที (ต้องทำทันที)
- อาการติดเชื้อหลังถูกลิงกัด
- สัญญาณอันตรายที่ควรไปห้องฉุกเฉินทันที
- แนวทางรักษาทางการแพทย์เมื่อถูกลิงกัด
- การป้องกันเพิ่มเติมหลังการรักษา
- ทำไมควรเลือกรับบริการที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก
- อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
- ช่องทางการติดต่อ
- เอกสารอ้างอิง

การถูกลิงกัด คืออะไร?
การถูกลิงกัด (Monkey bite) หมายถึง บาดแผลที่เกิดจากฟันของลิงซึ่งฝังเข้าผิวหนัง อาจเป็นเพียงรอยถลอกเล็กน้อย หรือแผลลึกที่มีโอกาสติดเชื้อสูง ความรุนแรงของการกัดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ขนาดและแรงกัดของลิง ตำแหน่งที่ถูกกัด สุขภาพและภูมิคุ้มกันของผู้ถูกกัด รวมไปถึงความสะอาดของบาดแผล
แม้ว่าจะพบกรณีลิงกัดน้อยกว่าสุนัขกัด แต่ในบางพื้นที่ เช่น อินเดีย มีรายงานว่ากว่า 40% ของการบาดเจ็บจากสัตว์กัดทั้งหมดมาจากลิง ซึ่งถือว่าสูงและน่ากังวลอย่างมาก
ลิงเป็นพาหะนำโรคอะไรได้บ้าง?
แม้ลิงจะเป็นสัตว์ที่ใกล้ชิดกับมนุษย์ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวหรือเขตชุมชน แต่ลิงก็สามารถเป็น พาหะของโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonotic diseases) ที่สำคัญหลายชนิด ดังนี้
- โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies)
- ลิงเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จึงสามารถติดเชื้อพิษสุนัขบ้าได้เช่นเดียวกับสุนัขและแมว
- การกัดหรือข่วนจากลิงที่มีเชื้อ สามารถแพร่เชื้อเข้าสู่คนได้
- พิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่ หากแสดงอาการแล้ว โอกาสเสียชีวิตเกือบ 100% การฉีดวัคซีนหลังถูกกัดจึงสำคัญที่สุด
- Herpes B Virus (Macacine herpesvirus 1)
- พบในลิงตระกูล Macaque (เช่น ลิงกังที่พบในเอเชีย)
- ลิงมักไม่แสดงอาการ แต่หากเชื้อติดสู่คน อาจทำให้เกิด สมองอักเสบ (encephalitis) และเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับยาต้านไวรัสทันที
- ติดต่อผ่านการกัด ข่วน หรือสัมผัสน้ำลาย น้ำมูก เลือดของลิง
- วัณโรค (Tuberculosis; TB)
- ลิงสามารถติดและแพร่เชื้อวัณโรคได้ โดยเฉพาะหากอยู่ใกล้ชิดกับคนหรือลิงอื่น ๆ ที่ป่วย
- การติดเชื้ออาจเกิดจาก การหายใจเอาละอองเชื้อ (droplet) จากลิงที่ป่วย
- เชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคในบาดแผล เพราะบาดแผลจากการกัดหรือข่วนของลิงอาจติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น
- Staphylococcus aureus
- Streptococcus spp.
- เชื้อแกรมลบอื่น ๆ
- อาจทำให้เกิดแผลหนอง, การติดเชื้อในกระแสเลือด (sepsis) หากไม่ได้รับการรักษาทันที
- โรคจากพยาธิและโปรโตซัว
- ลิงอาจเป็นพาหะของ พยาธิต่าง ๆ ที่แพร่สู่คน เช่น พยาธิไส้เดือน, พยาธิตัวจี๊ด
- รวมถึงโปรโตซัว เช่น Giardia lamblia และ Entamoeba histolytica ที่อาจติดผ่านการปนเปื้อนของอุจจาระ
- ไวรัสไข้สมองอักเสบจากสัตว์ตระกูลลิง (Simian viruses)
- ลิงมีไวรัสเฉพาะกลุ่ม (Simian viruses) หลายชนิด เช่น Simian foamy virus, Simian immunodeficiency virus (SIV) ซึ่งบางชนิดถูกศึกษาในฐานะโรคที่อาจข้ามสายพันธุ์สู่คน
- แม้จะยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าทำให้เกิดโรคในคนทั่วไป แต่ถือเป็นความเสี่ยงด้านสาธารณสุข

ทำไมบาดแผลจากลิงกัดถึงเสี่ยง?
การกัดของลิงมีความรุนแรงมากกว่าที่คิด เพราะ
- เขี้ยวของลิงคม และยาว ทำให้บาดแผลลึก
- น้ำลายลิงมีเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย
- แผลมักปิดลึก ทำให้เชื้อเข้าไปสะสมในเนื้อเยื่อ
ดังนั้น หากไม่ได้รับการล้างแผล และการรักษาที่ถูกต้อง เชื้อเหล่านี้สามารถก่อโรคได้ตั้งแต่การติดเชื้อที่ผิวหนังไปจนถึงการติดเชื้อร้ายแรงที่อาจทำให้เสียชีวิต
โรคสำคัญหลังถูกลิงกัด
พิษสุนัขบ้า (Rabies)
- ลิงสามารถเป็นพาหะเชื้อพิษสุนัขบ้าได้เช่นเดียวกับสุนัขและแมว
- หากเชื้อเข้าสู่ร่างกายและแสดงอาการแล้ว อัตราการเสียชีวิตเกือบ 100%
- แนวทางป้องกันหลังสัมผัส (Post-Exposure Prophylaxis; PEP):
- ล้างแผลทันที
- ใส่ Rabies Immunoglobulin (RIG) หากเป็น Category III (แผลทะลุผิว/ลึก/น้ำลายเข้าตา-ปาก-แผล)
- ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า
- คนทั่วไป: 4 เข็ม (วัน 0–3–7–14)
- ผู้กดภูมิ: 5 เข็ม (วัน 0–3–7–14–28)
Herpes B Virus (Macacine herpesvirus 1)
- พบในลิงตระกูล Macaque
- ลิงมักไม่ป่วย แต่หากเชื้อติดสู่คนอาจทำให้เกิด สมองอักเสบและเสียชีวิต
- หากถูกกัด/ข่วน หรือน้ำลายเข้าตา-ปาก-แผล ต้อง:
- ล้างด้วยสบู่หรือสารฆ่าเชื้อ ≥15 นาที
- เปิดน้ำไหลล้างต่อ 15–20 นาที
- รีบไปโรงพยาบาล และแจ้งว่าเป็น การสัมผัสลิง Macaque
- อาจได้รับยาต้านไวรัส เช่น Acyclovir / Valacyclovir
การติดเชื้อแบคทีเรียของแผล
- เชื้อที่พบบ่อย เช่น Staphylococcus aureus, Streptococcus spp. และเชื้อแกรมลบหลายชนิด
- อาการ: แผลบวมแดง หนอง มีเส้นแดงพาด (lymphangitis) หรือถึงขั้น sepsis
- ยาที่นิยมใช้: Amoxicillin-clavulanate เป็นตัวเลือกแรก
- กรณีแพ้เพนิซิลลิน อาจใช้ Doxycycline + Metronidazole หรือยาทางเลือกอื่นตามแนวทาง
การปฐมพยาบาลทันที (ต้องทำทันที)
- ล้างแผลด้วยสบู่และน้ำไหลนานอย่างน้อย 15 นาที (ถูให้ทั่วถึง แต่ไม่ต้องรุนแรง)
ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดน-ไอโอดีน/น้ำเกลือ เช็ดรอบๆ แผล - ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซสะอาด
- ไปโรงพยาบาลทันที เพื่อประเมินวัคซีนพิษสุนัขบ้า, RIG, ยาปฏิชีวนะ และบาดทะยัก (WHO/CDC เน้นว่าการล้างแผลทันที ≥15 นาทีช่วยลดความเสี่ยงเสียชีวิต ได้จริง).
กรณีสัมผัส macaque: เพิ่มขั้นตอน ถู-ล้าง 15 นาที + เปิดน้ำไหลอีก 15–20 นาที” และแจ้งแพทย์ว่ามาจากลิง macaque เพื่อประเมิน Herpes B โดยเฉพาะ
อาการติดเชื้อหลังถูกลิงกัด
- ติดเชื้อแบคทีเรียของแผล (24–72 ชม.แรกบ่อยสุด): ปวด-บวม-แดง-ร้อน, หนอง, กลิ่นเหม็น, เส้นแดงพาดจากแผล, ไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย
- พิษสุนัขบ้า: ระยะฟักตัวตั้งแต่สัปดาห์ถึงหลายเดือน; ระยะแรกมีไข้ ปวดเสียว/คัน-ชาปลายประสาทบริเวณแผล ต่อมามีอาการทางระบบประสาท (กลัวลม/กลัวน้ำ, กระสับกระส่าย, สับสน) ซึ่งเมื่อเริ่มแล้วมักเสียชีวิต จึงห้ามรออาการ ต้องทำ PEP ทันทีหลังสัมผัส
- Herpes B (กรณี macaque): ไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ/กล้ามเนื้อ, ตุ่มพองหรือพุพองใกล้แผล, ชา-อ่อนแรง, คอแข็ง-สับสน; เสี่ยงลุกลามสู่ระบบประสาทและอัตราตายสูงหากไม่ให้ยาต้านไวรัสเร็ว
สัญญาณอันตรายที่ควรไปห้องฉุกเฉินทันที
- แผลลึก เลือดออกมาก หรืออยู่ที่ใบหน้า มือ อวัยวะเพศ
- ถูกลิง Macaque ซึ่งเสี่ยง Herpes B
- ผู้ป่วยที่มีภาวะกดภูมิ หญิงตั้งครรภ์ หรือเด็กเล็ก
- เริ่มมีไข้ ปวดแผลรุนแรง บวมแดงกระจาย มีหนอง หรือมีอาการทางระบบประสาท เช่น ปวดหัวรุนแรง คอแข็ง สับสน

แนวทางรักษาทางการแพทย์เมื่อถูกลิงกัด
- การทำแผลโดยบุคลากรทางการแพทย์ แม้ว่าจะมีการล้างแผลเบื้องต้นมาแล้ว แต่แพทย์จะทำความสะอาดซ้ำเพื่อให้แน่ใจว่าน้ำลายและสิ่งสกปรกถูกกำจัดหมด รวมถึงพิจารณา การเดบริด (Debridement) เพื่อตัดเนื้อเยื่อที่ตายออก และประเมินว่าจำเป็นต้องเย็บหรือปล่อยแผลเปิดเพื่อระบายเชื้อหรือไม่
- การให้ยาปฏิชีวนะ
- ยาหลักที่แนะนำ: moxicillin-clavulanateA เนื่องจากครอบคลุมเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยในแผลสัตว์กัด (Staphylococcus aureus, Streptococcus และเชื้อแกรมลบ)
- ทางเลือกกรณีแพ้เพนิซิลลิน: Doxycycline ร่วมกับ Metronidazole หรือสูตรอื่นที่เหมาะสมตามแนวทางสากล
- การฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า (Rabies vaccine)
- การฉีดวัคซีนถือเป็นหัวใจหลัก เพราะหากติดเชื้อพิษสุนัขบ้าแล้ว อัตราการเสียชีวิตแทบ 100%
- ตารางการฉีดมาตรฐาน: Day 0, 3, 7, 14 และ 28
- ผู้ที่เคยฉีดครบและยังไม่เกิน 1 ปี: แพทย์อาจพิจารณาฉีดกระตุ้นเพียง 2 เข็ม (Day 0 และ 3)
- การฉีดอิมมูโนโกลบูลิน (Rabies Immunoglobulin; RIG)
- ใช้สำหรับแผลที่เข้าข่าย Category III ได้แก่ แผลลึก, แผลทะลุผิวหนัง, หรือแผลบริเวณที่เสี่ยง เช่น ใบหน้า มือ หรือใกล้เส้นประสาท
- หลักการคือ ใส่ RIG ลงในแผลมากที่สุดเท่าที่ทำได้ ส่วนที่เหลือฉีดเข้ากล้ามเนื้อตามน้ำหนักตัว เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันเฉียบพลัน
- การพิจารณาวัคซีนบาดทะยัก หากไม่ได้รับวัคซีนบาดทะยักนานเกิน 10 ปี (หรือเกิน 5 ปีในกรณีแผลสกปรก/ลึก) แพทย์จะพิจารณาฉีดกระตุ้นด้วย Td หรือ Tdap เพื่อป้องกันการติดเชื้อบาดทะยัก
- Herpes B Virus (เฉพาะลิงตระกูล Macaque)
- กรณีถูกลิงตระกูล Macaque กัด ต้อง ประเมินความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ Herpes B
- หากเข้าข่าย แพทย์จะพิจารณาให้ยาต้านไวรัส เช่น Acyclovir/Valacyclovir
- ต้องติดตามอาการระบบประสาทอย่างใกล้ชิดตามแนวทางของ CDC
การป้องกันเพิ่มเติมหลังการรักษา
- ติดตามอาการบาดแผล: หากแผลบวม แดง มีหนอง หรือเจ็บมากขึ้น ควรกลับไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรีย
- หลีกเลี่ยงสัมผัสซ้ำ: ไม่ให้อาหารหรือเข้าใกล้ลิงเกินจำเป็น โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีลิงอาศัยอยู่จำนวนมาก
- ให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว: นักเดินทางควรรู้วิธีปฐมพยาบาลและรีบหาสถานพยาบาลหากถูกกั
- เสริมสุขภาพทั่วไป: การพักผ่อนเพียงพอ กินอาหารครบถ้วน และลดความเครียดช่วยให้ภูมิคุ้มกันฟื้นตัวดีขึ้นหลังการฉีดวัคซีน
ทำไมควรเลือกรับบริการที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก
- บริการครบวงจร + สาขาหลายแห่งทั่วภูเก็ต คลินิกมีหลายสาขา (Laguna, Phuket Town, Boat Lagoon ฯลฯ) ช่วยให้คนไข้สะดวกเรื่องที่ตั้งและเดินทาง ทั้งยังเปิดทุกวันและรองรับ walk-in และ appointment ได้ด้วย
- ทีมแพทย์และบุคลากรประสบการณ์สูง + ภาษาอังกฤษดี มีแพทย์หลายสาขาที่เชี่ยวชาญ ภาษาอังกฤษใช้ได้ดี (สำคัญสำหรับชาวต่างชาติหรือนักท่องเที่ยว)
- อุปกรณ์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ห้องปฏิบัติการ, การตรวจสุขภาพ, ผลตรวจแม่นยำ และใช้มาตรฐานความปลอดภัย /ความสะอาดสูง
- การบริการที่คำนึงถึงผู้ใช้บริการต่างชาติ รองรับชาวต่างชาติด้วยภาษาอังกฤษ บริการวัคซีนที่เหมาะสม นักท่องเที่ยวที่ต้องการบริการโรงพยาบาลหรือคลินิกที่สื่อสารง่าย และมีบริการที่ช่วยเรื่องประกันสุขภาพหรือคำแนะนำเดินทางได้
- ใส่ใจคุณภาพชีวิตและการป้องกันโรค คลินิกไม่ได้เน้นแค่ “รักษาเฉพาะหน้า” แต่มีบริการตรวจสุขภาพเหมาะกับอายุ/ความเสี่ยง บุคลิกภาพ และบริการวัคซีนต่างๆ เพื่อป้องกันล่วงหน้า
- ความสะดวก + ความยืดหยุ่น สามารถ walk-in ได้ หรือจองล่วงหน้า มีเวลาทำการทุกวัน เปิดทั้งเช้าและเย็นบางแห่ง เหมาะกับคนที่อยู่ในช่วงท่องเที่ยวหรือมีเวลาจำกัด
- รีวิวจากผู้ใช้จริงดี ผู้ใช้บริการรีวิวว่าคลินิกสะอาด พนักงานเอาใจใส่ อธิบายดี คนไข้รู้สึกว่าได้รับการดูแลอย่างละเอียดและใส่ใจอย่างเป็นกันเอง
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
การถูกลิงกัดไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอย่างที่หลายคนคิด เพราะอาจเกี่ยวข้องกับโรคร้ายแรงที่คุกคามชีวิตได้ทันที ความสำคัญจึงอยู่ที่การล้างแผลอย่างถูกวิธี รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว และเข้ารับวัคซีนหรือยาตามคำแนะนำ เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อพิษสุนัขบ้าและเชื้อไวรัสอื่น ๆ หากทุกคนมีความรู้และตระหนักถึงอันตรายนี้ การอยู่ใกล้ลิงและการท่องเที่ยวในแหล่งที่มีลิงก็จะปลอดภัยและไร้ความกังวลมากขึ้น
ช่องทางการติดต่อ
สาขาลากูน่า
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 22.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me
สาขาในเมือง
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8 ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 228 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmctown.youcanbook.me
สาขาหอนาฬิกา
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาหอนาฬิกา 206/8 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการวันจันทร์–ศุกร์ 11:00–19:00 น. ปิดวันเสาร์–อาทิตย์
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 696 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me
เอกสารอ้างอิง
- World Health Organization (WHO). Rabies and monkey bite prevention guidelines. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/rabies
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Rabies: Information for travelers. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://www.cdc.gov/rabies
- National Institutes of Health (NIH). B virus (Herpes B virus) infection in humans. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK47315/
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการป้องกันพิษสุนัขบ้าและโรคติดต่อจากสัตว์. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th
- สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). ความรู้เรื่องโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนและการป้องกัน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://www.thaihealth.or.th

