การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยในชายรักชาย นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แล้ว ยังอาจช่วยป้องกันการแพร่เชื้อไปยังคู่นอนของตัวเองได้ด้วย เพราะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางโรค หากมีการติดเชื้อในระยะเริ่มต้น อาจยังไม่แสดงอาการ จึงทำให้ชายรักชายแพร่เชื้อไปให้คู่นอนของตัวเองได้โดยไม่รู้ตัว เนื่องมาจากการมีเพศสัมพันธ์ ของชาย รักชาย นั้นมีโอกาสเสี่ยงมากกว่า เนื่องจากทวารหนักไม่ใช่ช่องทางธรรมชาติเหมือนกับช่องคลอดที่มีความยืดหยุ่น กว่า เมื่อมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรงอาจทำให้ทวารหนักฉีกขาดหรือมีบาดแผล จึงเป็นช่องทางให้เชื้อโรคเข้าได้ จนเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองใน หนองในเทียม เอชไอวี ซิฟิลิส ซึ่งอาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
Table of Contents
- โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อยในชายรักชาย
- การป้องกันตัวเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- ช่องทางการติดต่อ
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อยในชายรักชาย
การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันของชายรักชาย อาจทำให้เสี่ยงเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่อไปนี้
- โรคเอดส์ เป็นระยะสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยจะมีเซลล์เม็ดเลือดขาว CD4 ในระดับต่ำ ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ และภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย
- โรคซิฟิลิส ติดต่อกันได้โดยการสัมผัสกับแผล ส่งผลให้เกิดผื่นขึ้นตามลำตัว โดยอาการที่เกิดขึ้นอาจหายเองได้ แต่การเป็นซิฟิลิสนาน ๆ โดยไม่รักษา อาจส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บที่สมอง ระบบประสาท หรือหัวใจ
- โรคหนองใน หากติดเชื้อที่อวัยวะเพศ ผู้ป่วยจะมีอาการถ่ายปัสสาวะแสบขัด มีหนองข้นไหลออกจากอวัยวะเพศ และอัณฑะเจ็บหรือบวม หากไม่รีบรักษาอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้
- โรคหนองในเทียม อาการคล้ายหนองใน คือ ถ่ายปัสสาวะแสบขัด สารคัดหลั่งผิดปกติไหลออกมาจากอวัยวะเพศ อัณฑะปวดหรือบวม
- โรคเริม ผู้ป่วยจะมีอาการถ่ายปัสสาวะแสบขัด มีแผลพุพอง และคันบริเวณอวัยวะเพศ การสัมผัสกับแผลพุพองอาจทำให้ผู้อื่นติดเชื้อได้
- โรคหูดที่อวัยวะเพศ เกิดจากการสัมผัสหูดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ โดยหูดจะขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ปาก หรือทวารหนัก มีลักษณะเป็นตุ่มเนื้อสีน้ำตาล ซึ่งอาจเกิดขึ้นพร้อมกันทีละหลาย ๆ ตุ่มได้
- โรคแผลริมอ่อน เป็นโรคซึ่งมีต้นเหตุจากเชื้อแบคทีเรียฮีโมฟิลุส ดูเครย์ (Haemophilus Ducreyi) แผลริมอ่อนติดต่อได้ง่าย ผ่านการสัมผัสกับตัวแผลหรือหนองจากแผลริมอ่อน

การป้องกันตัวเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- ควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง และใช้สารหล่อลื่น เพราะการใช้สารหล่อลื่นระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ช่วยทำให้ถุงยางอนามัยไม่ปริ หรือแตกเมื่อใช้งาน โดยสารหล่อลื่นที่เหมาะสม ควรทำจากน้ำหรือซิลิโคน ควรหลีกเลี่ยงการใช้โลชั่น เบบี้ออยล์ หรือสารอย่างอื่นที่มีส่วนประกอบเป็นน้ำมัน เพราะอาจทำให้ถุงยางอนามัยแตกได้ง่าย และยังช่วยป้องกันการสัมผัสสารคัดหลั่ง หรือเลือด ซึ่งเป็นช่องทางการแพร่เชื้อของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ให้กับคู่นอนได้
- ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย หากมีคู่นอนหลายคน อาจเสี่ยงติดเชื้อได้ง่ายขึ้น จึงควรลดจำนวนคู่นอน และป้องกันตนเองทุกครั้ง
- ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ ควรไปตรวจอย่างน้อยทุก 6 เดือน หรือปีละครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเอง หรือคู่นอนไม่ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เนื่องจากหลายโรค เช่น หนองใน หนองในเทียม ซิฟิลิส จะไม่แสดงอาการ แต่หากไม่ป้องกันตัวเอง ผู้ติดเชื้อยังสามารถแพร่ไปให้คู่นอนของตนได้ หรือตรวจพบโรคก็จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพราะโรคบางโรค เช่น ซิฟิลิส เอชไอวี จะรักษาได้ยากเมื่อเข้าสู่ระยะหลัง ๆ หรืออาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงถึงชีวิตได้
- ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ บี และซี หรือ โรคหูดที่อวัยวะเพศ อาจป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อฮิวแมนพัพพิลโลมาไวรัสหรือเอชพีวี (Human Papillomavirus หรือ HPV) ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรค
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และใช้ยาเสพติด เพราะการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป รวมถึงการใช้ยาเสพติด มีส่วนทำให้การตัดสินใจและสติสัมปชัญญะของชายรักชายลดลง จนอาจนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ซึ่งเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
- กินยาเพร็พ ในกรณีของชายรักชายที่ไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวีแต่มีเพศสัมพันธ์กับคนที่เสี่ยงหรือติดเชื้อเอชไอวี อาจทำให้เสี่ยงติดเชื้อได้ ดังนั้น การกินยาเพร็พ (PrEP) อย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการป้องกันโรค โดยชายรักชายต้องกินยาวันละ 1 ครั้งและกินทุกวัน เพราะฤทธิ์ยาจะลดลงหากรับประทานไม่สม่ำเสมอ และควรสวมถุงยางอนามัยร่วมด้วยเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ
- กินยาเป็ป ภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ ซึ่ง ยาเป็ป ( PEP) เป็นยาต้านเอชไอวีแบบฉุกเฉินสำหรับผู้ที่ไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวี แต่อาจเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวีเนื่องจากถุงยางอนามัยฉีกขาด ไม่สวมถุงยางอนามัย ถูกล่วงละเมิดทางเพศ เป็นต้น โดยต้องกินครั้งแรกภายใน 72 ชั่วโมงหลังเผชิญความเสี่ยง และกินยาติดต่อกันเป็นเวลา 28 วัน ห้ามขาดยาเด็ดขาด เพราะการกินยาไม่สม่ำเสมอจะทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง
ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ให้บริการที่ใกล้ชิด ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมทั้งทีมงานที่มีความชำนาญ พร้อมให้คำปรึกษาและ การรักษา โดยคุณสามารถเข้ารับบริการได้ทั้ง walk-in หรือนัดหมายล่วงหน้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้ารับบริการ
ช่องทางการติดต่อ
สาขาลากูน่า
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 22.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me
สาขาในเมือง
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8 ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 228 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmctown.youcanbook.me
สาขาหอนาฬิกา
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาหอนาฬิกา 206/8 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการวันจันทร์–ศุกร์ 11:00–19:00 น. ปิดวันเสาร์–อาทิตย์
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 696 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me

