โรคหัด โรคคางทูม และโรคหัดเยอรมัน เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายจากการสัมผัสหรือหายใจเอาละอองฝอยของสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วยเข้าไป ซึ่งสามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน คือ เกราะป้องกันโรค ที่ช่วยคุณได้ เพราะวัคซีนชนิดนี้มีประสิทธิภาพสูง ในการป้องกันทั้ง 3 โรค เมื่อได้รับวัคซีนครบถ้วนตามกำหนด

Table of Contents

Toggle

โรคหัด (Measles or Rubeola)

เกิดจากเชื้อไวรัสหัด (Measles virus) สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางละอองฝอย 

  • มีระยะฟักตัว 11-12 วัน ทำให้มีอาการไข้สูง ไอ มีน้ำมูก และตาแดง มีน้ำตาไหล 
  • หลังจากมีอาการ 2-3 วัน อาจตรวจพบจุดสีขาวบริเวณกระพุ้งแก้ม (Koplik spots) 
  • หลังจากมีอาการ 3-5 วัน เรื่มมีผื่นที่บริเวณใบหน้า ไรผมแล้วกระจายลงมาที่คอ ลำตัว แขน ขาและฝ่าเท้า หลังจากมีผื่นขึ้นยังมีไข้ต่อ อาจมีถ่ายเหลวหรืออาการชักจากไข้สูง
  • ระยะเวลาแพร่เชื้อ 4 วันก่อน และ 4 วันหลังจากมีผื่น ติดต่อโดยการสูดดมฝอยละออง (Droplets) ของสารคัดหลั่งโดยการไอ จาม หายใจรดกันและเชื้อหัดสามารถอยู่ในอากาศแพร่เชื้อ (Airborne) ได้นานถึง 2 ชั่วโมง แม้ว่าผู้ติดเชื้อจะออกจากบริเวณนั้นแล้ว
  • อาการแทรกซ้อนที่พบบ่อย ได้แก่ หูชั้นกลางอักเสบ (Otitis media) ปอดอักเสบ (Bronchopneumonia) กล่องเสียงหลอดคอและหลอดลมอักเสบ (Laryngotracheobronchitis) ท้องเสีย (Diarrhea) และสมองอักเสบ (Encephalitis)
  • กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการแทรกซ้อนจากการติดเชื้อหัด ได้แก่ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี , ผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่า 20 ปี , หญิงตั้งครรภ์และผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

โรคคางทูม (Mumps)

เกิดจากเชื้อไวรัสคางทูม (Mumps virus)  สามารถติดต่อกันผ่านสารคัดหลั่งระบบทางเดินหายใจ

  • มีระยะฟักตัว 16-18 วัน ทำให้เกิดอาการไข้ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ เหนื่อยล้า เบื่ออาหาร และต่อมน้ำลายหลังใบหูข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างบวม กดแล้วเจ็บ
  • สามารถติดต่อทางการหายใจ จาม ไอ และสัมผัสกับน้ำลายของผู้ป่วย เช่น การดื่มน้ำและกินอาหารโดยใช้ภาชนะร่วมกัน 
  • โรคแทรกซ้อนที่พบ ได้แก่ อัณฑะอักเสบซึ่งมักจะพบในวัยเด็กโตและผู้ใหญ่ ข้ออักเสบ ต่อมไทรอยด์อักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ รังไข่อักเสบ หูตึง ข้ออักเสบและการอักเสบของระบบประสาท อาการในผู้ใหญ่จะรุนแรงกว่าในเด็ก

 โรคหัดเยอรมัน (Rubella)

เกิดจากเชื้อไวรัส (Rubella virus) สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางสารคัดหลั่งในระบบทางเดินหายใจ

  •  เมื่อได้รับเชื้อจะใช้เวลาประมาณ 14-21 วัน ติดต่อได้ง่าย โดยการไอ จาม หรือสัมผัสน้ำมูกน้ำลายที่มีเชื้อ 
  • ระยะแพร่เชื้อเริ่มตั้งแต่ 7 วันก่อนมีผื่น จนถึง 7 วันหลังจากมีผื่น จึงเริ่มเกิดอาการไข้ต่ำๆ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณหลังหู ท้ายทอยและด้านหลังของลำคอ ในผู้ใหญ่จะมีไข้สูง รวมทั้งอาจมีอาการปวดข้อหรือข้ออักเสบร่วมด้วย 
  • หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ จะเกิดผื่นเป็นเม็ดละเอียดสีชมพู ซึ่งปรากฏที่ใบหน้าก่อนและขึ้นมาที่คอไล่ลงมาตามลำตัว แขนขา ภาย 24 ชั่วโมง อาการจะหายภายใน 3 วัน ผู้ติดเชื้อประมาณ 25 – 50% ไม่มีอาการ แต่ผู้ที่ไม่มีอาการก็สามารถแพร่เชื้อได้ตามปกติ 
  • หลังการติดเชื้อจะเกิดภูมิคุ้มกันโรคได้ตลอดชีวิต อันตรายหรือความรุนแรงของโรคหัดเยอรมันเกิดขึ้นในกรณีเดียว คือ การติดเชื้อในหญิงตั้งครรภ์จะทำให้เกิดการติดเชื้อของทารกในครรภ์ ซึ่งก่อให้เกิดกลุ่มความพิการแต่กำเนิดของทารก (Congenital rubella syndrome) เช่น ตาบอด หูหนวก หัวใจพิการ
วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน

วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR) คืออะไร?

วัคซีน MMR เป็นวัคซีนที่สามารถป้องกันได้ถึง 3 โรค ได้แก่ โรคหัด (Measles) คางทูม (Mumps) และหัดเยอรมัน (Rubella) เมื่อนำอักษรภาษาอังกฤษตัวแรกของทั้ง 3 โรคมารวมกันจึงกลายเป็นชื่อวัคซีน MMR นั่นเอง

วัคซีน MMR เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็น (Live attenuated vaccine) ประกอบไปด้วยเชื้อไวรัสมีชีวิตที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ลง ที่ผลิตจากเชื้อไวรัส Mump, Measles และ Rubella ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันได้เช่นเดียวกับวัคซีนป้องกันเดี่ยวๆ ของแต่ละโรค และมีผลข้างเคียงน้อย จึงได้รับความนิยมกว่าการฉีดวัคซีนแยกเดี่ยวๆ

สามารถทำได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน (Measles Mumps and Rubellavaccine : MMR vaccine) โดย

  • ในเด็ก  ควรได้รับวัคซีน MMR 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกเมื่ออายุ 9-12 เดือน และครั้งที่สอง เมื่ออายุ 18 เดือนถึง 2 ปีครึ่ง
  • ในผู้ใหญ่ ควรได้รับวัคซีน MMR 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน

ผู้ที่ควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน

  • เด็กไทยทุกคนเด็กควรได้รับ 2 เข็ม ขณะอายุ12 – 15 เดือน และเข็มที่ 2 ขณะอายุ 4 – 6 ขวบ
  • หากมีการระบาดของโรคคางทูม หัด และหัดเยอรมัน สามารถให้เข็มแรกได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือน และให้ซ้ำเมื่ออายุ 12 เดือน และ 2 ปีครึ่งตามปกติ
  • หากไม่เคยหรือไม่ทราบประวัติมาก่อน แนะนำให้ฉีด 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 28 วัน
  • ผู้ที่วางแผนจะตั้งครรภ์ และยังไม่เคยมีประวัติการได้รับวัคซีน แนะนำให้ฉีดวัคซีน 1 เข็ม และควรฉีดก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 1 เดือน
  • หากมีการระบาดของโรคคางทูม หัด และหัดเยอรมัน แนะนำให้ฉีด 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 28 วัน
  • หญิงวัยเจริญพันธุ์ทุกคนที่ไม่เคยเป็นโรคนี้และยังไม่เคยได้รับวัคซีนชนิดนี้มาก่อน (ควรคุมกำเนิดอย่างน้อย 3 เดือนหลังรับวัคซีน)
  • นักเรียน นักศึกษา ที่ไม่เคยเป็นโรคนี้และยังไม่เคยได้รับวัคซีนชนิดนี้มาก่อน และกำลังจะเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น อังกฤษ แคนาดา สหรัฐอเมริกา ให้ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง 2 ครั้ง ห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน 
  • บุคคลทางการแพทย์ ทหารที่เริ่มเข้าทำงาน

ผู้ที่ไม่ควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน

  • เคยมีอาการแพ้อย่างรุนแรงจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน ในครั้งก่อน
  • แพ้สารเจลาติน หรือแพ้ยา neomycin แบบ anaphylaxis
  • ในสตรีตั้งครรภ์ไม่ควรฉีดวัคซีน MMR ดังนั้น เมื่อจะฉีด MMR ในหญิงวัยเจริญพันธุ์ ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ขึ้นในระยะ 3 เดือนหลังจากฉีดวัคซีน
  • มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ติดเชื้อเอชไอวี หรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันภายในระยะเวลา 1 เดือน ผู้ที่เป็นโรคมะเร็งที่มีผลต่อไขกระดูก ผู้ป่วยโรคเอดส์ที่มีระดับ CD4+ น้อยกว่า 200 cells/microL. หรือน้อยกว่าร้อยละ 15 เป็นต้น
  • เป็นมะเร็ง หรือกำลังรักษามะเร็ง ไม่ว่าด้วยวิธีฉายรังสี หรือยาเคมีบำบัด
  • ผู้ป่วยวัณโรคที่ยังไม่ได้รับการรักษา
  • รับประทานยาที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เช่น สเตียรอยด์
  • ผู้ที่เคยรับเลือด ส่วนประกอบของเลือด หรืออิมมูโนโกลบูลิน อาจรับการฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมันได้ แต่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เนื่องจากต้องเว้นระยะในการให้วัคซีน หากมีไข้เจ็บป่วยเฉียบพลัน ควรเลื่อนการรับวัคซีนออกไปก่อน รอให้หายป่วยก่อนจึงค่อยมารับวัคซีน กรณีเป็นหวัดเล็กน้อย ไม่มีไข้ สามารถรับวัคซีนได้

อาการข้างเคียงวัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน

  • อาจทำให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงได้ อย่างไรก็ตามอาการแพ้อย่างรุนแรงจากวัคซีนพบได้น้อยมาก ซึ่งส่วนใหญ่ของผู้ที่รับวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน มักไม่มีปัญหาใดๆ
  • ปฏิกิริยาที่อาจพบหลังฉีดวัคซีน ได้แก่ ปวด บวมแดงบริเวณที่ฉีดวัคซีน อาจพบไข้ต่ำๆ ปวดตามข้อ ผื่น ต่อมน้ำเหลืองโตได้ ตั้งแต่ 6-12 วัน หลังฉีดวัคซีน อาการดังกล่าวมักไม่รุนแรง จะหายเองภายใน 2-3 วัน ส่วนอาการปวดข้อ จะหายได้ใน 1-3 สัปดาห์ ปฏิกิริยารุนแรงพบได้น้อยมาก
  • หากมีอาการปวด บวมแดงบริเวณที่ฉีดวัคซีนสามารถประคบเย็นได้ และหากมีไข้ต่ำๆ สามารถรับประทานยาลดไข้ได้ แต่ถ้ามีอาการผิดปกติอื่นนอกเหนือจากนี้ควรปรึกษาแพทย์

ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน ที่ภูเก็ตได้ที่ไหน?

ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ให้บริการที่ใกล้ชิด ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมทั้งทีมงานที่มีความชำนาญ พร้อมให้คำปรึกษาและ การรักษา โดยคุณสามารถเข้ารับบริการได้ทั้ง walk-in หรือนัดหมายล่วงหน้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้ารับบริการ

ช่องทางการติดต่อ

สาขาลากูน่า

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 22.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me

สาขาในเมือง

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8  ตำบลตลาดเหนือ  อำเภอเมืองภูเก็ต  จ.ภูเก็ต 83000 
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id.   @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ  096 228 2449
  • แผนที่คลินิก   https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9 
  • จองคิวตรวจออนไลน์    https://pmctown.youcanbook.me

สาขาหอนาฬิกา

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก  สาขาหอนาฬิกา   206/8 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
  • เปิดบริการวันจันทร์–ศุกร์ 11:00–19:00 น. ปิดวันเสาร์–อาทิตย์
  • สอบถามผ่าน Line id.  @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ   096 696 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
  • จองคิวตรวจออนไลน์  https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me