ภูเก็ตถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของประเทศไทย ด้วยชายหาดสวย น้ำทะเลใส และกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย แต่ภายใต้ความสวยงามนั้น แสงแดดแรง และสภาพแวดล้อมทางทะเล กลับแฝงไปด้วยความเสี่ยงต่อโรคผิวหนังที่หลายคนมองข้าม บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกถึงสาเหตุ ความเสี่ยง โรคที่พบบ่อย วิธีป้องกัน และแนวทางดูแลผิวอย่างถูกต้อง เพื่อให้คุณสามารถท่องเที่ยวหรือใช้ชีวิตในภูเก็ตได้อย่างปลอดภัย

Table of Contents

Toggle
ภูเก็ตกับความเสี่ยงโรคผิวหนังจากแดด และทะเล

ทำไมภูเก็ตจึงเสี่ยงต่อโรคผิวหนัง?

  • รังสี UV ที่เข้มข้นตลอดปี ภูเก็ตตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ทำให้ได้รับรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) สูงเกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเวลา 10:00–16:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่รังสี UVB และ UVA มีความเข้มข้นสูง ส่งผลโดยตรงต่อผิวหนัง เช่น
    • ผิวไหม้แดด (Sunburn)
    • การเร่งความเสื่อมของผิว (Photoaging)
    • เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง
  • น้ำทะเล และความเค็ม น้ำทะเลมีเกลือ และแร่ธาตุสูง ซึ่งอาจทำให้ผิวแห้ง ระคายเคือง หรือทำให้แผลเล็ก ๆ ติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวบอบบาง
  • ความชื้นสูง ภูเก็ตมีอากาศร้อนชื้น ส่งผลให้เชื้อรา และแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี เพิ่มโอกาสเกิดโรคผิวหนัง เช่น
    • กลาก เกลื้อน
    • ผื่นอับชื้น
    • สิวจากเหงื่อ
  • สิ่งมีชีวิตในทะเล แมงกะพรุน ปะการัง หรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในทะเล อาจทำให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคือง หรือบาดแผล

โรคผิวหนังที่พบบ่อยในภูเก็ต

  1. ผิวไหม้แดด (Sunburn) เกิดจากการได้รับรังสี UVB มากเกินไป อาการได้แก่
    • ผิวแดง แสบ ร้อน
    • ลอกเป็นขุย
    • ในบางกรณีอาจพุพอง
    • ผลระยะยาว: เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง
  2. ฝ้า กระ และจุดด่างดำ
    • รังสี UVA กระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้เกิด
    • ฝ้า
    • กระแดด
    • ผิวไม่สม่ำเสมอ
  3. มะเร็งผิวหนัง การสะสมของรังสี UV เป็นเวลานานอาจนำไปสู่
    • Basal Cell Carcinoma (มะเร็งเซลล์ฐานผิวหนัง) เป็นมะเร็งผิวหนังที่พบได้บ่อยที่สุด แต่มีความรุนแรงต่ำ
      • ลักษณะอาการ ป็นตุ่มนูนสีเนื้อ สีชมพู หรือใสคล้ายมุก อาจมีแผลเรื้อรังที่ไม่หาย มักเกิดบริเวณที่โดนแดด เช่น ใบหน้า คอ แขน
      • ความรุนแรง โตช้า แทบไม่แพร่กระจายไปอวัยวะอื่น แต่สามารถทำลายเนื้อเยื่อรอบข้างได้หากปล่อยไว้
    • Squamous Cell Carcinoma (มะเร็งเซลล์สความัส) มีความรุนแรงมากกว่า Basal Cell และสามารถลุกลามได้
      • ลักษณะอาการ เป็นก้อนแข็ง ผิวขรุขระ อาจมีสะเก็ดหรือแผลตกสะเก็ด บางครั้งมีเลือดออก
      • ความรุนแรง สามารถลุกลามไปต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่น หากรักษาเร็วมีโอกาสหายสูง
    • Melanoma (เมลาโนมา – รุนแรงที่สุด) เป็นมะเร็งผิวหนังที่อันตรายที่สุด เกิดจากเซลล์เม็ดสี (Melanocyte)
      • ลักษณะอาการ (สังเกตแบบ ABCDE)
        • A (Asymmetry): รูปร่างไม่สมมาตร
        • B (Border): ขอบไม่เรียบ
        • C (Color): สีไม่สม่ำเสมอ เช่น ดำ น้ำตาล แดง
        • D (Diameter): ขนาดใหญ่กว่า 6 มม.
        • E (Evolving): มีการเปลี่ยนแปลง
      • ความรุนแรง
      • แพร่กระจายเร็วผ่านกระแสเลือด และน้ำเหลือง
      • อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากตรวจพบช้า
  4. ผื่นแพ้ทะเล (Sea bather’s eruption) เกิดจากตัวอ่อนของแมงกะพรุน หรือปรสิตในทะเล
    • ผื่นแดง คัน
    • แสบผิว
    • มักเกิดบริเวณที่มีชุดว่ายน้ำปกคลุม
  5. เชื้อราที่ผิวหนัง สภาพอากาศร้อนชื้นทำให้เกิด
    • กลาก (Ringworm)
    • เกลื้อน (Tinea versicolor)
  6. สิว และผดร้อน เหงื่อ และความมันสะสม ทำให้เกิด
    • สิวอุดตัน
    • สิวอักเสบ
    • ผดร้อน
  7. การระคายเคืองจากปะการังหรือสัตว์ทะเล สัมผัสปะการังหรือสัตว์ทะเลบางชนิด อาจทำให้
    • แผลถลอก
    • อาการแสบ คัน
    • ติดเชื้อได้หากดูแลไม่ดี

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

สภาพอากาศร้อนจัด แดดแรง และรังสี UV สูง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายทะเล อาจทำให้เกิดปัญหาผิวหนังได้ง่ายขึ้น กลุ่มต่อไปนี้ควรระวังเป็นพิเศษ

1. นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับแดดแรง ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศหรือพื้นที่ที่มีแดดอ่อนกว่า มักยังไม่คุ้นเคยกับรังสี UV ที่เข้มข้น

ความเสี่ยง

  • ผิวไหม้แดด (Sunburn) ได้เร็ว
  • ผิวลอก แสบแดง
  • เสี่ยงผิวเสียหายสะสม

เหตุผล

  • ผิวยังไม่ปรับตัวกับแดดเขตร้อน
  • มักประเมินความแรงของแดดต่ำเกินไป

2. ผู้ที่มีผิวขาวหรือผิวไวต่อแสง ผิวประเภทนี้มีเมลานินน้อย ทำให้ป้องกันรังสี UV ได้ต่ำ

ความเสี่ยง

  • ผิวไหม้แดดง่าย
  • เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ
  • เสี่ยงมะเร็งผิวหนังมากกว่าคนทั่วไป

ข้อควรระวัง

  • ต้องใช้ครีมกันแดด SPF สูง
  • หลีกเลี่ยงแดดช่วงแรง

3. เด็ก และผู้สูงอายุ กลุ่มนี้มีความเปราะบางทางผิวหนังมากกว่าคนทั่วไป

เด็ก

  • ผิวยังพัฒนาไม่เต็มที่
  • สูญเสียน้ำง่าย
  • ผิวไหม้ได้เร็ว

ผู้สูงอายุ

  • ผิวบางลง
  • ฟื้นฟูตัวเองช้าลง
  • เสี่ยงการอักเสบ และติดเชื้อ

4. ผู้ที่มีโรคผิวหนังเดิม เช่น ผื่นภูมิแพ้ สภาพผิวที่อ่อนแออยู่แล้ว จะไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น

ความเสี่ยง

  • อาการกำเริบ
  • ผื่นคัน แดง ลอก
  • การอักเสบเพิ่มขึ้น

ตัวกระตุ้น

  • แดด
  • เหงื่อ
  • น้ำทะเล
  • สารเคมีจากครีมกันแดดบางชนิด

5. ผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น ดำน้ำ เล่นเซิร์ฟ การอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน ทำให้ได้รับรังสี UV ต่อเนื่อง

ความเสี่ยง

  • ผิวไหม้แดดสะสม
  • ผิวคล้ำเสีย
  • เสี่ยงมะเร็งผิวหนังในระยะยาว

ปัจจัยเสริม

  • น้ำทะเลสะท้อนแสง UV
  • ลม และน้ำทำให้ไม่รู้สึกร้อน → เผลออยู่กลางแดดนาน
การตรวจ และการรักษาโรคผิวหนัง

การตรวจ และการรักษาโรคผิวหนัง

การดูแลผิวหนังไม่ใช่แค่การป้องกัน แต่ การตรวจพบเร็ว และรักษาอย่างถูกต้อง มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในพื้นที่แดดแรงหรือผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

การตรวจโรคผิวหนัง

การตรวจผิวหนังช่วยค้นหาความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน

  • วิธีการตรวจที่พบบ่อย
    • ตรวจด้วยตาเปล่าโดยแพทย์ ประเมินผื่น จุดด่างดำ ไฝ หรือแผลผิดปกติ
    • ใช้เครื่อง Dermatoscope (ขยายดูผิวหนัง) ช่วยวิเคราะห์ลักษณะไฝหรือรอยโรคละเอียดขึ้น ใช้คัดกรองมะเร็งผิวหนังระยะแรก
    • การตัดชิ้นเนื้อ (Skin biopsy) ใช้ในกรณีสงสัยโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งผิวหนัง เพื่อตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ
    • การทดสอบภูมิแพ้ผิวหนัง (Patch test) ตรวจหาสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้
  • สัญญาณเตือนที่ควรรีบตรวจ
    • ผื่นแดง คัน หรือแสบที่ไม่หายภายใน 1–2 สัปดาห์
    • ไฝหรือจุดด่างดำที่ เปลี่ยนแปลง (ขนาด สี รูปร่าง)
    • แผลเรื้อรังหรือแผลที่ไม่หาย
    • ผิวลอก แสบ หลังโดนแดด
    • มีตุ่มหรือก้อนผิดปกติ
    • หากพบอาการเหล่านี้ ควรพบแพทย์ผิวหนังโดยเร็ว

การรักษาโรคผิวหนัง

การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ และความรุนแรงของโรค

  • แนวทางการรักษา
    • การใช้ยา
      • ยาทาภายนอก เช่น สเตียรอยด์ ยาฆ่าเชื้อ
      • ยารับประทาน เช่น ยาแก้แพ้ ยาปฏิชีวนะ
    • การทำหัตถการทางผิวหนัง
      • เลเซอร์รักษาฝ้า กระ รอยดำ
      • จี้ไฟฟ้า หรือจี้เย็น (Cryotherapy) สำหรับรอยโรคบางชนิด
    • การดูแลเฉพาะโรค
      • โรคผื่นภูมิแพ้ → เน้นลดการอักเสบ และหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น
      • ผิวไหม้แดด → ใช้ยาลดการอักเสบและฟื้นฟูผิว
      • มะเร็งผิวหนัง → อาจต้องผ่าตัดหรือรักษาเฉพาะทาง
  • การดูแลหลังการรักษา หลังจากได้รับการรักษาโรคผิวหนัง การดูแลต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ผิวฟื้นตัวเร็ว ลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ และป้องกันภาวะแทรกซ้อน โดยแนวทางดูแลพื้นฐาน ดังนี้
    • หลีกเลี่ยงแดดจัด โดยเฉพาะช่วง 10.00–16.00 น.
    • ใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ (SPF 30 ขึ้นไป)
    • ไม่เกา หรือแกะผิว เพื่อลดการอักเสบ และรอยแผลเป็น
    • ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • วิธีดูแลเมื่อเกิดอาการผิวหนังที่พบบ่อย
    • ผิวไหม้แดด (Sunburn) อาการผิวแดง แสบ ร้อน หรือผิวลอก หลังโดนแดดนาน มีวิธีดูแล
      • ประคบเย็นเพื่อลดความร้อนของผิว
      • ดื่มน้ำมาก ๆ ป้องกันภาวะขาดน้ำ
      • ใช้โลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น Aloe vera
      • หลีกเลี่ยงแดดจนกว่าผิวจะฟื้นตัว
    • ผื่นคันหรืออาการแพ้มมักเกิดจากเหงื่อ แดด น้ำทะเล หรือสารเคมี มีวิธีดูแล
      • หลีกเลี่ยงการเกา เพื่อลดการอักเสบ
      • ใช้ยาทาภายนอกตามอาการ เช่น ยาแก้แพ้หรือยาลดอักเสบ
      • หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้แพ้
  • แผลจากทะเล (เช่น หินบาด ปะการังขูด) มีวิธีดูแล
    • ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดทันที
    • ฆ่าเชื้อเบื้องต้น เช่น น้ำยาฆ่าเชื้อ
    • ปิดแผลให้สะอาด และแห้ง
    • ควรพบแพทย์ทันที หากแผลลึก หรือมีเลือดออกมาก มีอาการบวม แดง ร้อน หรือหนอง ปวดมากผิดปกติ
  • แนวโน้มปัญหาผิวหนังในพื้นที่ท่องเที่ยวทะเล ปัจจุบันพบว่าโรคผิวหนังจากแสงแดด และสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เนื่องจาก
    • พฤติกรรมท่องเที่ยวกลางแจ้ง
    • การละเลยการป้องกันผิว
    • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UV สูงขึ้น)

การป้องกันจากโรคผิวหนังจากแดด และทะเล

แสงแดดแรง รังสี UV และสภาพแวดล้อมจากทะเล เช่น น้ำเค็ม ลม และทราย ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวระคายเคือง อักเสบ และเกิดปัญหาผิวในระยะยาวได้ การป้องกันอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก

  • หลีกเลี่ยงแดดจัด
    • หลีกเลี่ยงการออกแดดช่วง 10.00–16.00 น.
    • หากจำเป็นต้องออกกลางแจ้ง ควรหาที่ร่มเป็นระยะ
    • ใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น ร่ม หรือหมวกปีกกว้าง
    • ช่วงเวลานี้รังสี UV มีความเข้มข้นสูงสุด
  • ใช้ครีมกันแดดอย่างถูกต้อง
    • เลือกครีมกันแดด SPF 30–50+ และ PA+++ ขึ้นไป
    • ทาก่อนออกแดดอย่างน้อย 15–30 นาที
    • ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือหลังว่ายน้ำ/เหงื่อออก
    • เลือกสูตรกันน้ำ (Water-resistant) สำหรับกิจกรรมทะเล
    • อย่าลืมทาบริเวณที่มักพลาด เช่น ใบหู คอ หลังมือ
  • สวมใส่เสื้อผ้าปกป้องผิว
    • เสื้อแขนยาว หรือเสื้อกัน UV
    • หมวกปีกกว้าง
    • แว่นกันแดด
    • ลดการสัมผัสรังสี UV โดยตรง
  • ดูแลผิวหลังสัมผัสทะเล
    • อาบน้ำทันทีหลังขึ้นจากทะเล เพื่อล้างเกลือ และสิ่งสกปรก
    • ใช้สบู่อ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวแห้ง
    • ทาโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้น
    • น้ำทะเล และลมทำให้ผิวแห้ง และระคายเคืองได้ง่าย
  • หลีกเลี่ยงการระคายเคืองผิว
    • ไม่ขัดผิวแรง ๆ หลังโดนแดด
    • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์สูง
    • เลือกผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่าย
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
    • ดื่มน้ำอย่างน้อย 6–8 แก้ว/วัน หรือมากกว่านั้นเมื่ออยู่กลางแจ้ง
    • ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวจากภายใน
  • สังเกตอาการผิดปกติของผิว
    • ผื่น แดง คัน หรือแสบ
    • ผิวไหม้ ลอก หรือมีตุ่ม
    • ไฝหรือจุดด่างดำเปลี่ยนแปลง
    • หากอาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์

ทำไมควรเลือกบริการที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก

การเลือกคลินิกในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตไม่ใช่แค่เรื่อง ใกล้ แต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพ ความรวดเร็ว และความน่าเชื่อถือ โดย ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยว และคนพื้นที่ ด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้

  • ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์คลินิกมีทีมแพทย์ที่ผ่านประสบการณ์จากทั้งโรงพยาบาลรัฐ และเอกชน พร้อมให้คำปรึกษา และรักษาอย่างมืออาชีพ จึงเหมาะกับการดูแลทั้งโรคทั่วไป และปัญหาสุขภาพเฉพาะทาง เช่น โรคผิวหนังจากแดด ทะเล หรือภูมิอากาศ
  • 2. บริการครบวงจรในที่เดียว มีบริการหลากหลาย เช่น
    • ตรวจสุขภาพทั่วไป
    • ตรวจเลือด
    • เอกซเรย์
    • ดูแลแผล และโรคผิวหนัง
    • วัคซีน และโรคติดเชื้อ
    • ช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องเสียเวลาไปหลายสถานที่
  • รวดเร็ว สะดวก รองรับนักท่องเที่ยว สามารถเข้ารับบริการแบบ Walk-in หรือจองล่วงหน้าได้ เปิดทุกวัน และมีระบบให้คำปรึกษาออนไลน์ เหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการการรักษาเร่งด่วน เช่น
    • ผิวไหม้แดด
    • ผื่นแพ้ทะเล
    • แมลงหรือสัตว์ทะเลกัดต่อย
  • เทคโนโลยีทันสมัย วินิจฉัยแม่นยำ คลินิกใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย ช่วยให้ตรวจ และวินิจฉัยโรคได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น
  • บริการเป็นมิตร ใส่ใจผู้ป่วย มีการดูแลแบบ Patient-centered care คือ
    • รับฟังผู้ป่วย
    • ให้คำแนะนำละเอียด
    • ดูแลอย่างใกล้ชิด
    • ทำให้ผู้ใช้บริการรู้สึกมั่นใจ และสบายใจมากขึ้น
  • ทำเลสะดวก มีหลายสาขา มีหลายสาขาในภูเก็ต ช่วยให้เข้าถึงบริการได้ง่ายทั้งคนไทย และต่างชาติ
  • เหมาะกับปัญหาสุขภาพจาก ทะเล และแดด
    • โดยเฉพาะบทความของคุณเกี่ยวกับ โรคผิวหนังจากแดด และทะเล คลินิกนี้สามารถช่วยดูแลได้ เช่น
    • ผิวไหม้แดด (Sunburn)
    • ผื่นแพ้ทะเล
    • เชื้อราผิวหนัง
    • แผลติดเชื้อจากน้ำทะเล
    • เพราะมีทั้งแพทย์ และอุปกรณ์รองรับการรักษาโดยตรง

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม

ภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยธรรมชาติสวยงาม ทั้งทะเลใส และชายหาดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แต่ในขณะเดียวกัน แสงแดดที่แรง และสภาพแวดล้อมจากทะเลก็อาจส่งผลกระทบต่อผิวหนังได้โดยไม่รู้ตัว

การป้องกันจึงเป็นหัวใจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการหลีกเลี่ยงแดดจัด ใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ สวมใส่อุปกรณ์ปกป้องผิว และดูแลผิวหลังสัมผัสแดด และน้ำทะเลอย่างเหมาะสม รวมถึงการสังเกตความผิดปกติของผิว และเข้ารับการตรวจเมื่อจำเป็น

หากดูแลผิวอย่างถูกวิธี คุณก็สามารถเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวในภูเก็ตได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และลดความเสี่ยงต่อปัญหาผิวหนังในระยะยาว

ช่องทางการติดต่อ

สาขาลากูน่า

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 22.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me

สาขาในเมือง

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8  ตำบลตลาดเหนือ  อำเภอเมืองภูเก็ต  จ.ภูเก็ต 83000 
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id.   @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ  096 228 2449
  • แผนที่คลินิก   https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9
  • จองคิวตรวจออนไลน์    https://pmctown.youcanbook.me

สาขาหอนาฬิกา

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก  สาขาหอนาฬิกา   206/8 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
  • เปิดบริการวันจันทร์–ศุกร์ 11:00–19:00 น. ปิดวันเสาร์–อาทิตย์
  • สอบถามผ่าน Line id.  @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ   096 696 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
  • จองคิวตรวจออนไลน์  https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me

เอกสารอ้างอิง

  • กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางดูแลสุขภาพในสภาพอากาศร้อน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://health.anamai.moph.go.th
  • World Health Organization (WHO). Ultraviolet radiation and the INTERSUN Programme. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/uv
  • Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Sun Safety. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/cancer/skin/basic_info/sun-safety.htm
  • National Ocean Service (NOAA). Marine hazards and human health. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://oceanservice.noaa.gov
  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. การป้องกันอันตรายจากแสงแดด. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th